การบริหารความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงของบริษัทได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากเริ่มจัดตั้งคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ในปี 2556 เพื่อกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และกรอบการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงของบริษัท รวมทั้งกำกับดูแลให้มั่นใจว่าบริษัทมีการจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กรที่สำคัญอย่างเพียงพอและเหมาะสม และรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบถึงความเสี่ยงที่สำคัญ โดยในปี 2557 บริษัทได้พัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงต่อยอดจากแนวทางที่บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาได้ช่วยกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงตามแนวทางสากลของ COSO ERM (Enterprise Risk Management - Integrated Framework, The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) และ ISO31000 (Risk Management, Australian/New Zealand Standards: AS/NZS ISO 31000:2009

กฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

วัตถุประสงค์

คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ในการกำกับดูแลกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยรวมขององค์กรให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ กฎบัตรคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง จึงจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งขอบเขตอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจน และเป็นกลไกที่ช่วยให้คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิผลตามที่ได้รับมอบหมาย

องค์ประกอบและคุณสมบัติ

คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทโดยการคัดสรรจากคณะกรรมการ ผู้บริหารของบริษัท และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย กรรมการบริษัทอย่างน้อยจำนวน 1 คน โดยคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงควรมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนและไม่เกิน 9 คน

  • คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือ ผู้มีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท ซึ่งสามารถให้คำแนะนำในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทได้
  • คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยอนุกรรมการที่ครบวาระสามารถได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารบริษัท
  • คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ครบวาระ ลาออก พ้นหรือออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารของบริษัท หรือเสียชีวิต
  • ในกรณีที่ตำแหน่งอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงว่างลง เพราะเหตุอื่นนอกจากครบวาระ ให้มีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ ผู้บริหารของบริษัท และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าดำรงตำแหน่งแทนอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงที่เข้าดำรงตำแหน่งแทนนั้นจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงท่านเดิมที่เคยดำรงตำแหน่ง
  • การกำหนดค่าตอบแทนของคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง จะได้รับการเสนอจากคณะอนุกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนและพิจารณาโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี
อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ
  • กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงและกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทอย่างเหมาะสม
  • ติดตามและพัฒนากรอบการบริหารความเสี่ยงและกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อยอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  • จัดให้มีการประเมิน วิเคราะห์และทบทวนความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อยอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ
  • พิจารณาและให้ความเห็นในการกำหนด ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงของบริษัท (Risk Assessment Criteria)
  • รับทราบและพิจารณาให้ความเห็นต่อผลการประเมินความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยงว่าเพียงพอและเหมาะสม
  • กำกับดูแลผลการปฏิบัติตามกรอบการบริหารความเสี่ยง ว่าได้นำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม
  • รายงานความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ และสิ่งที่ควรปรับปรุงต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
  • สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการบริหารความเสี่ยงของบริษัทและบริษัทย่อย
  • กำกับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
  • สื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยงกับคณะกรรมการตรวจสอบ อย่างน้อยปีละครั้ง
  • ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการใช้บริการจากบุคคลภายนอก เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ ที่เป็นอิสระเกี่ยวกับกรอบ ขอบเขต และการปฏิบัติงาน ในการบริหารจัดการความเสี่ยง
  • ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการว่าจ้างบุคคลภายนอก เพื่อช่วยในการปฎิบัติงานของส่วนบริหารความเสี่ยง ในกรณีที่มีปริมาณงานมากเกินกว่าอัตรากำลังคนของฝ่ายบริหารความเสี่ยง
การประชุม
  • จัดให้มีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง ตามความจำเป็นและเหมาะสม
  • ในการประชุมแต่ละครั้ง ต้องมีอนุกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งหมด
  • คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงอาจเชิญบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมได้ตามความเหมาะสม
  • การลงมติที่ประชุมให้ถือตามเกณฑ์เสียงข้างมาก ในกรณีที่การลงมติมีเสียงเท่ากัน ให้ประธานคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้ชี้ขาด
  • ประธานคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง อาจเรียกประชุมคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงได้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อพิจารณาประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ หรือมีเรื่องที่จำเป็นต้องหารือร่วมกัน
  • คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละครั้ง
  • เลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงหรือผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่นัดหมาย เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม จัดเตรียมวาระการประชุม นำส่งเอกสารการประชุมให้แก่คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงล่วงหน้าก่อนการประชุม และจัดทำรายงานการประชุมส่งให้กับคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงทุกคนภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น
การรายงานผลการปฎิบัติงาน

คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ต้องรายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ รวมทั้งจัดทำรายงานของคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง จะทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองอย่างน้อยปีละครั้ง และรายงานผลการประเมินดังกล่าวให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ รวมทั้งนำผลการประเมินมาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

การทบทวนและปรับปรุงกฎบัตร

คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง จะทำการทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรตามความเหมาะสมหรืออย่างน้อยมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาในกฎบัตรสอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ในการบริหารความเสี่ยง โดยการทบทวนและปรับปรุงต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท

อ่านเพิ่มเติม

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

รายชื่อ ตำแหน่ง ตำแหน่งของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
1. นายกีรติ อัสสกุล กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
2. นายศักดิ์ เกี่ยวการค้า ประธานกรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระ กรรมการบริหารความเสี่ยง
3. ดร.ธรรมนูญ อานันโทไทย กรรมการตรวจสอบ/ กรรมการอิสระ กรรมการบริหารความเสี่ยง
4. นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยง
5. นายยอร์ก ไอรัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน กรรมการบริหารความเสี่ยง
6. นายชาน ชู ชง ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล กรรมการบริหารความเสี่ยง
7. นายวาย ยัท ปาโก้ ลี ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และ
การลงทุนกลุ่มบริษัท
กรรมการบริหารความเสี่ยง
8. ดร. แดเรียน แมคเบน ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน กรรมการบริหารความเสี่ยง
9. นายสเวน แมสเซน ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์กลุ่มองค์กร กรรมการบริหารความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง 2558

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงในระดับองค์กรมีการบริหารจัดการ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทจะถูกเสนอแผนบริหารความเสี่ยง มีการกำหนดและติดตามความเคลื่อนไหวของความเสี่ยง และรายงานความคืบหน้าของแผนต่อผู้บริหารระดับสูง และคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงรับทราบทุกไตรมาส

อย่างไรก็ดี แม้ว่าบริษัทจะมีมาตรการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ระดับความเสี่ยงลดลงจนอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ในปี 2558 บริษัทได้เผชิญกับปัจจัยภายนอกหลายปัจจัยที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ บริษัทจึงบริหารจัดการและตอบสนองต่อความเสี่ยงด้วยความรอบคอบ โดยความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ได้แก่ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมายและการปฏิบัติกับแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทั้งราคาปลาทูน่าและราคากุ้งในตลาดโลกที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยูโร และสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เป็นสกุลเงินบาทไทย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้กระทบต่อผลประกอบการของบริษัท บริษัทย่อยในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่วนปัจจัยภายในบริษัทนั้น จากกลยุทธ์ของบริษัทที่ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเผชิญความเสี่ยงในการบริหารจัดการกิจการหลังการเข้าลงทุนในบริษัทย่อยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเผชิญความท้าทายในเรื่องกฎหมาย ข้อบังคับที่หลากหลายของประเทศต่างๆ ที่บริษัทไปลงทุนและการบริหารจัดการกิจการหลังการควบรวมกิจการจากการเข้าลงทุนในบริษัทย่อยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Post-Merger & Acquisition)

ทั้งนี้ ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทำให้บริษัทสามารถลดผลกระทบของความเสี่ยงที่มีต่อการดำเนินการของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในปี 2558 ความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัทจากการระบุและประเมินความเสี่ยงตามกรอบการบริหารความเสี่ยงสามารถสรุปตามประเภทความเสี่ยงจากทะเบียนความเสี่ยง (Risk Profile) ได้ดังนี้

1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการทำประมง

ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมประมงในประเทศไทยในปี 2558 มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทยอย่างมาก ประเทศไทยได้รับการประเมินจากสหภาพยุโรปภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported, Unregulated Fishing : IUU) อยู่ในระดับใบเหลือง ซึ่งหมายถึง การตักเตือนอย่างเป็นทางการ ให้เร่งมีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภค และการพิจารณาปริมาณการนำเข้าอาหารทะเลของประเทศไทยจากกลุ่มสหภาพยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มสหภาพยุโรป ให้ความสำคัญประเด็นดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญกับการทำประมงที่ถูกต้องตามกฎหมายและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้า

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

ด้วยความยึดมั่นใน “การทำสิ่งที่ถูกต้องในวิถีทางที่ชอบธรรม” บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญอย่างที่สุดในเรื่องการจัดหาวัตถุดิบจากการทำประมงที่ถูกกฎหมายและยั่งยืน บริษัทมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งมีประธานกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่กำหนดทิศทางในการพัฒนาความยั่งยืน และการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ เป็นหนึ่งในห้าของหลักการสำคัญ (pillar) ด้านความยั่งยืน

ในปี 2558 บริษัทได้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงานฉบับใหม่ที่เคร่งครัดขึ้น ซึ่งบังคับรวมถึงให้คู่ค้าของบริษัทและบริษัทในเครือไทยยูเนี่ยนทุกบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายและส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทมีมาตรการในการตรวจสอบคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ หากบริษัทพบว่าคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ บริษัทจะยุติสัญญาและดำเนินการทางกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท ซึ่งรวมถึง ลูกค้า ผู้บริโภค นักลงทุน และพนักงาน ว่าบริษัทจัดหาวัตถุดิบจากคู่ค้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้บริษัทจัดให้มีการสื่อสารถึงนโยบายและการปฏิบัติของบริษัทในเรื่องดังกล่าว ตลอดจนการดำเนินงานบนความซื่อสัตย์ และมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูง

เนื่องจากการทำประมงที่ผิดกฎหมายเป็นปัญหาระดับประเทศและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา บริษัทจึงทำงานร่วมกับรัฐบาล พันธมิตรทางอุตสาหกรรม และองค์กรเอกชน ในการพัฒนาและร่วมมือในการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อยับยั้งการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องปัญหาการปฏิบัติกับแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม

แม้ว่า รัฐบาลได้พยายามอย่างมากที่จะแก้ไขปัญหาการปฏิบัติกับแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมอย่างจริงจังและเต็มรูปแบบเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของแรงงาน และภาพลักษณ์ของประเทศไทยจากปี 2557 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศลดอันดับให้ประเทศไทยยังคงอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) และเป็นเหตุให้สหรัฐอเมริกาสามารถใช้มาตรการลงโทษสินค้าของไทยตามกลุ่มสินค้าที่กำหนดไว้ เช่น ปลาและกุ้ง ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปของไทย

อย่างไรก็ดี ในปี 2558 ปัญหาการปฏิบัติกับแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประมงซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทางรัฐบาลไทยตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวและได้ดำเนินการอย่างจริงจังในหลายๆ ด้าน เพื่อปราบปรามการปฏิบัติกับแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งการจับกุมผู้กระทำผิด ออกมาตรการเพื่อขจัดการทำงานของกระบวนการค้ามนุษย์ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการประมงไทยดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทได้แสดงออกถึงจุดยืนที่ชัดเจนในการปฏิบัติต่อแรงงานทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติภายใต้กรอบของกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรม รวมถึงไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อหลักการดังกล่าว ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายความรับผิดชอบต่อแรงงานไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยคู่ค้าทั้งหมดของกลุ่มบริษัท จะต้องปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ทางกลุ่มบริษัทยึดถือ

ในปีที่ผ่าน บริษัทได้ยกเลิกการว่าจ้างสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ (กุ้ง) เบื้องต้นทั้งหมด และปรับให้กระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานจะได้รับการว่าจ้างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับแรงงานในโรงงานของบริษัท ซึ่งมีทั้งแรงงานในประเทศและแรงงานข้ามชาตินั้น บริษัทให้สิทธิและความยุติธรรมในเรื่องสวัสดิการพนักงาน ค่าแรง ค่าจ้าง เกณฑ์อายุ รวมถึงมีการแจ้งให้พนักงานทราบถึงสิทธิในการสมาคม สิทธิในการร่วมกันเจรจาต่อรอง และกรอบการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงาน โดยได้ระบุเรื่องดังกล่าวไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงานด้วย

เพื่อส่งเสริมต่อต้านการปฏิบัติกับแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมในประเทศไทย บริษัทมีมาตรการอื่นๆ ที่ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย เช่น การว่าจ้างผู้ตรวจสอบอิสระสากลในการตรวจสอบภายในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท และการเป็นสมาชิกคณะทำงานห่วงโซ่อุปทานกุ้งที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมระดับสากลที่มีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานของไทยปลอดแรงงานบังคับ

ทั้งนี้ จากนโยบายและโครงการต่างๆ ที่บริษัทดำเนินงานมาในปีที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขจัดการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมายให้หมดไปจากอุตสาหกรรมอาหาร และตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนของกลุ่มบริษัทในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยและระดับสากลในการปฏิบัติต่อแรงงาน

ความเสี่ยงในการบริหารการลงทุน

จากกลยุทธ์ของบริษัทในขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเป็นผู้นำด้านอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก โดยในปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมกัน 35 บริษัท โดยบริษัทย่อยและบริษัทร่วมแต่ละแห่งมีการประกอบธุรกิจที่เหมือนและแตกต่างกันในบางส่วน รวมทั้งแนวทางการบริหารที่อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งทำให้บริษัทเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการกิจการหลังการเข้าลงทุนให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ในเดือนธันวาคม 2557 บริษัท ได้ลงนามในสัญญาการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท Bumble Bee Holdco S.C.A. ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายทูน่ากระป๋องในสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ซึ่งในการซื้อขายกิจการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงการยุติธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ในเดือนธันวาคม 2558 บริษัทและบริษัทผู้ขายหุ้น ได้สรุปว่ามีความเป็นไปได้สูงที่การดำเนินการพิจารณาของกระทรวงยุติธรรมจะใช้เวลานานเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น

อนึ่ง การยกเลิกสัญญาการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวของบริษัทฯ ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใด และบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นในการทำตลาดอาหารทะเลในทวีปอเมริกาเหนือต่อไป

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

จากการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และกระจายความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนการลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการ บริษัทมีทีมงานผู้บริหารที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณในการดำเนินการพิจารณาซื้อหรือควบรวมกิจการ(Merger and Acquisition) รวมทั้งมีที่ปรึกษาการลงทุน ของแต่ละโครงการเพื่อพิจารณาวิเคราะห์การลงทุนและบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม

ส่วนแนวทางการบริหารจัดการกิจการหลังการเข้าลงทุน (Post M&A Integration) บริษัทได้วางกลยุทธ์และนโยบายให้เกิดการประสานพลังซึ่งกันและกัน (Synergy) ทั้งด้านการตลาด การผลิต การบริหาร การเงิน และการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท คณะผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัท (Global Leadership Team – GLT) ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสูงสุดของบริษัทในแต่ละทวีปได้ประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อร่วมกันตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ และยังเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ ในการกำกับดูแลและบริหารงาน บริษัทแม่จะเป็นผู้กำหนดนโยบายและระบบการจัดการที่สำคัญต่างๆโดยเฉพาะในด้านการเงินและการบัญชีเพื่อให้แนวทางบริหารจัดการกิจการบริษัทย่อยสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น มาตรฐานการบัญชี นโยบายทางการเงิน นโยบายการกำกับการดูแลกิจการที่ดี

2. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
ความผันผวนของราคาปลาทูน่า

ปลาทูน่าจัดเป็นต้นทุนสินค้าหลักของในบริษัท ซึ่งราคาวัตถุดิบปลาทูน่าส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัย อุปสงค์ อุปทานของตลาดโลก ฤดูกาล ตลอดจนปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ โดยในปีที่ผ่านมาราคาวัตถุดิบปลาทูน่าสกิปแจ็คมีความผันผวนและราคาลดลงจากปี 2557 โดยเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ระดับ 1,000 – 1,500 เหรียญสหรัฐต่อตันจาก 1,200 – 1,800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ดังนั้นความผันผวนของราคาปลาทูน่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและกำไรของบริษัท เนื่องจากการกำหนดราคาขายของสินค้าจำเป็นต้องอิงราคาตลาดในช่วงนั้นๆ

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

บริษัทมีหน่วยงานกลางที่มีผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ยาวนานในธุรกิจปลาทูน่าของกลุ่มบริษัท ทำหน้าที่ในการซื้อวัตถุดิบปลาทูน่าจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะ โดยทีมงานดังกล่าวทำหน้าที่วิเคราะห์ รวบรวมปัจจัยต่างที่ส่งผลกระทบต่อราคาปลาทูน่า และนำข้อมูลที่ได้มาพยากรณ์แนวโน้มราคาและสร้างกลยุทธ์ในการซื้อ นอกจากนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะสมภายใต้สถานการณ์ราคาต่างๆ และด้วยความที่บริษัทเป็นผู้ซื้อปลาทูน่ารายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการต่อรองราคาปลาทูน่า อย่างไรก็ดี บริษัทไม่มีนโยบายในการเก็งกำไรจากราคาปลาที่ผันผวน

ความผันผวนของราคากุ้ง

กุ้งเป็นวัตถุดิบอันดับสองรองจากปลาทูน่าของกลุ่มบริษัท ราคากุ้งในประเทศในปีที่ผ่านมามีความผันผวนและราคาเฉลี่ยลดลงจากปี 2557 โดยราคากุ้งขาวแวนนาไม ขนาด 60 ตัว/กิโลกรัม ลดลงอยู่ในระดับ 150 -200 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2558 จาก 180 – 270 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2557 จากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มฟื้นตัวจากปัญหาโรคกุ้งตายด่วน และคู่แข่งของไทยหลายประเทศได้เพิ่มปริมาณการผลิตกุ้ง

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

แม้ว่าอุปทานกุ้งในประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้นจากการเริ่มฟื้นตัวจากปัญหาโรคกุ้งตายด่วน แต่ปริมาณที่ผลิตได้ในปัจจุบันนั้นยังน้อยกว่าก่อนเกิดโรคกุ้งตายด่วนอยู่มาก ดังนั้นบริษัทได้จัดทำโครงการประกันราคากุ้งให้กับเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรในการเลี้ยงกุ้งและช่วยรักษาเสถียรภาพราคากุ้งในประเทศ จากโครงการดังกล่าว บริษัทสามารถเพิ่มปริมาณกุ้งเพื่อส่งออกได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้จากการขายและชดเชยราคาขายต่อหน่วยที่ลดลง

3. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและระเบียบข้อบังคับ
การปฏิบัติตามข้อกฎหมาย

บริษัทในฐานะผู้ประกอบธุรกิจอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและมีการดำเนินงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ปัจจัยเสี่ยงด้านกฎหมาย เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่บริษัทจะต้องเผชิญ เนื่องจากกฎระเบียบ ข้อบังคับ ทางกฎหมาย มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ บริษัทมีความมุ่งมั่นและใส่ใจในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ และเคร่งครัดปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ทางกฎหมาย เพื่อเป็นบริษัทต้นแบบ (Role Model) ให้กับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

การปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทไม่ประนีประนอมเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้อง บริษัทมีหน่วยงานทางด้านกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อดูแลการดำเนินงานของบริษัททั้งหมดให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฎหมายในแต่ละประเทศที่บริษัทดำเนินงานอยู่ รวมถึงประเทศคู่ค้าที่บริษัททำการส่งออกสินค้าไปด้วย หน่วยงานทางด้านกฎหมายมีหน้าที่ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ ข้อบังคับ ทางกฎหมาย วิเคราะห์ผลกระทบและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท รวมถึงการจัดอบรมให้ความรู้กับผู้บริหารและพนักงานในเรื่องที่สำคัญ

ในปี 2558 บริษัทได้จัดตั้งหน่วยงานการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Global Legal and Compliance Function) เพื่อดูแลบริหารงานด้านกฎหมายทั่วโลกของบริษัท นอกจากนั้นบริษัทสร้างวัฒนธรรมองค์กร ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย และความร้ายแรงอันเกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลที่บริษัทยึดถือ โดยมีการฝึกอบรมให้แก่ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้อง

4. ความเสี่ยงด้านการเงิน
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

จากสภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2558 ที่มีความผันผวน และส่งผลทำให้ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวนมาก ซึ่งกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัททั้งรายได้และกำไร เนื่องจากรายได้ของกลุ่มบริษัทในประเทศกว่าร้อยละ 90 มาจากการส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ สกุลเงินเหรียญสหรัฐ และสกุลเงินยูโรเป็นหลัก อีกทั้งกลุ่มบริษัทในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินงานในต่างประเทศ และรายงานผลการดำเนินงานในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และสกุลเงินยุโรป ทำให้งบการเงินรวมของบริษัทเมื่อแสดงมูลค่าในสกุลเงินบาทได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท

ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ได้มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และมีนโยบายบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบการจัดให้รายจ่ายเป็นเงินสกุลเดียวกับรายได้มากที่สุด หรือ Natural Hedge โดยนำรายได้ที่ได้จากการขายสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ มาชำระค่าวัตถุดิบหลักคือปลาทูน่าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ภายใต้สกุลเงินเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ บริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมโดยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า หรือ Forward Contract เพื่อรองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยเฉพาะสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และสกุลเงินยูโร และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการเงินของบริษัท ในปี 2558 บริษัทได้จัดตั้งศูนย์บริหารเงิน หรือ Global Treasury Center ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางบริหารสภาพคล่อง บริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการจัดหาเงินทุน เพื่อลดความเสี่ยงในด้านการเงินที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก และได้ต้นทุนการบริหารเงินที่คุ้มค่ามากขึ้นสำหรับกลุ่มบริษัทในภาพรวม

อ่านเพิ่มเติม