ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่


โรคระบาดทั่วโลก
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการพิจารณารายงานประจำปีฉบับนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน นับจากนั้นมา เชื้อไวรัสนี้ได้ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลก

ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจที่มีการดำเนินงานทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนได้รับผลกระทบด้วยเช่นกันโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งห่วงโซ่อุปทานและการจัดหาผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทได้รับผลกระทบทางธุรกิจ โดยเฉพาะจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจการให้บริการด้านอาหารในประเทศจีน และความเสี่ยงต่อสุขภาพของพนักงานของเรา

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ไทยยูเนี่ยนได้ประกาศการจำกัดการเดินทาง โดยงดการเดินทางไปยังประเทศจีนที่ไม่จำเป็น ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ บริษัทได้ประกาศงดการเดินทางทั่วโลก สำหรับในประเทศจีน เราได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้

สำหรับทุกสำนักงานของเราทั่วโลก บริษัทได้ออกมาตรการดูแลความสะอาดและความปลอดภัย เช่น การจัดหาเจลและสเปรย์แอลกอฮอล์เพื่อให้พนักงานทำความสะอาดมือ และส่งเสริมให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัย จากนี้ตลอดปี 2563 และจวบจนปัญหานี้จะหมดไป ไทยยูเนี่ยนจะออกมาตรการเพิ่มเติม เช่น การติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิมากเท่าที่จะทำได้

ไทยยูเนี่ยนปฏิบัติตามแนวทางขององค์กรอนามัยโลกอย่างเคร่งครัด ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายของรัฐบาลต่างๆ ในทุกประเทศที่เรามีการดำเนินงานอยู่

การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
ขยะพลาสติกในท้องทะเล
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

ขยะพลาสติกในท้องทะเลเป็นประเด็นระดับโลกที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา สร้างความกังวลให้หลายฝ่ายไม่เพียงแต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่รวมถึงลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลก ขยะพลาสติกในท้องทะเลอาจส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล รวมทั้งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของคนที่พึ่งพาท้องทะเล

ไทยยูเนี่ยนได้ริเริ่มโครงการหลายโครงการเพื่อลดปริมาณขยะในทะเล และกู้อุปกรณ์จับปลาที่ถูกทิ้งไว้ หรือสูญหายในทะเล (ALDFG) ซึ่งรวมถึงโครงการที่บริษัทได้ร่วมกับ Global Ghost Gear Initiative (GGGI) ปัจจุบันเรากำลังหาวิธีที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ของเรามีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น และได้ประกาศพันธกิจที่จะให้บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัททั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ ภายในปี 2568 นอกจากนี้เรายังมีส่วนร่วมกับพนักงานและชุมชนอย่างสม่ำเสมอในการลดของเสีย การรีไซเคิล และการขจัดของเสียอย่างเหมาะสม

ในปี 2562 ทีมของเราทั่วโลกได้มีส่วนในหลายโครงการที่สร้างสรรค์มาเพื่อช่วยขจัด ขยะพลาสติกในท้องทะเล และการทิ้งขยะในแม่น้ำ โดยประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะ #GhostGearReborn ในประเทศไทย ซึ่งจัดร่วมกับ GGGIนอกจากนี้ เรายังได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดชายทะเลและคลองโดยทีมจากทั่วโลก รวมถึง ทีมจากทั่วยุโรป ทีมสำนักงาน John West ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ส่วนพนักงานแบรนด์ซีเล็คได้มาช่วยกันทำความสะอาดหาดบ้านเพ ชายละเลฝั่งตะวันออกของประเทศไทย และพนักงาน Mareblu ร่วมกับจิตอาสาจาก Legambiente ในการทำความสะอาด Cascina Mulini Ascuitti ในสวน Monza

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
ข้อมูลส่วนบุคคล, ความคาดหวังและกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

ข้อบังคับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทยอย มีผลบังคับใช้ ได้แก่ มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรป (GDPR) และข้อบังคับเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ได้สร้างแรงกดดันให้กับฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศในการควบคุมและจัดการข้อมูลของทั้งกลุ่มบริษัท เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับอาจนำมาสู่ความเสียหายต่อชื่อเสียง การถูกปรับ และ การดำเนินคดีทางอาญา

บริษัทได้เตรียมเอกสารและนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทปฏิบัติตามข้อบังคับ PDPA ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 ดังนี้บริษัทจึงได้ศึกษาผลกระทบของ PDPA ในแง่ของการบังคับใช้นี้ โดยบริษัทได้เตรียมเอกสารและนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามที่ข้อบังคับกำหนดดังกล่าว

การปฏิบัติตาม GDPR ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2561 เป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างต่อเนื่องในระดับต่างๆ ภายในไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป โดยเน้นไปที่บริษัทย่อยในยุโรป:

  • ได้ทำการประเมินภายในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือ สัญชาติยุโรปที่มีโอกาสถูกเก็บรวบรวมและนำข้อมูลไปใช้
  • ได้ออกมาตรการที่เกี่ยวข้องและดำเนินการการปฏิบัติที่ ถูกต้อง
  • กลุ่มบริษัทได้ทบทวนนโยบายและขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และออกมาตรการควบคุมกระบวนการทาง ธุรกิจและทางเทคนิคเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมุลส่วน บุคคลนี้ได้รับการคุ้มครอง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ให้บริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มาดำเนินการวิเคราะห์ช่องว่างขององค์การ (Gap Analysis) ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของไทยยูเนี่ยน และได้ปรับปรุงการคุ้มครองและรักษาข้อมูล สารสนเทศและทรัพย์สินของไทยยูเนี่ยนทั่วโลก

การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG