ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่


พลาสติกในท้องทะเล
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

ขยะพลาสติกในท้องทะเลเป็นประเด็นระดับโลกที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายไม่เพียงแต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่รวมถึงลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลก ขยะพลาสติกในท้องทะเลอาจส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์และการปรับตัวของท้องทะเลอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของคนที่พึ่งพาท้องทะเล

ไทยยูเนี่ยนได้ริเริ่มโครงการหลายโครงการเพื่อลดปริมาณขยะในทะเลและลดอุปกรณ์จับปลาที่ถูกทิ้งไว้หรือสูญหายในทะเล (ALDFG) ซึ่งรวมถึงโครงการที่บริษัทได้เข้าร่วมกับ Global Ghost Gear Initiative (GGGI) ปัจจุบันบริษัทกำลังหาวิธีที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ของเรามีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และได้ประกาศพันธกิจที่จะให้บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัททั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2568 เฉลี่ยร้อยละ 30 เป็นส่วนที่นำมารีไซเคิลได้ นอกจากนี้ เรายังมีส่วนร่วมกับพนักงานและชุมชนอย่างสม่ำเสมอในการลดของเสีย การรีไซเคิล และการขจัดของเสียอย่างเหมาะสม

ในปี 2563 หนึ่งในโครงการภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® ได้โปรโมตการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนของแบรนด์ซีเล็คในการเปลี่ยนจากพลาสติกเป็นกระดาษในส่วนของผลิตภัณฑ์ทูน่าสเปรด

ตั้งแต่ปี 2562 ทีมของเราทั่วโลกได้มีส่วนในหลายโครงการที่ช่วยขจัดขยะพลาสติกและการทิ้งขยะในท้องทะเล โดยประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะ #GhostGearReborn ในประเทศไทย ซึ่งจัดร่วมกับ GGGI นอกจากนี้ เรายังได้จัดกิจกรรมทำความสะอาดชายทะเลและคลอง โดยทีมจากทั่วโลก เช่น ทีมจากทั่วยุโรปโดยทีมสำนักงาน JOHN WEST ในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ส่วนพนักงานแบรนด์ซีเล็คได้มาช่วยกันทำความสะอาดหาดบ้านเพ ชายละเลฝั่งตะวันออกของประเทศไทย และพนักงาน Mareblu ร่วมกับจิตอาสาจาก Legambiente ในการทำความสะอาด Cascina Mulini Ascuitti ในสวน Monza

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยง มุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่ยั่งยืนในการลดแรงกดดันต่อจำนวนปลาในทะเลและการผลิตโปรตีนให้กับประชากรโลก อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้มีการพัฒนาในหลายด้าน ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปสงค์ อุปทาน และต้นทุน

ยกตัวอย่าง เช่น

  • การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวงการเทคโนโลยี ภาคการเงิน การกำกับดูแล รวมถึงนวัตกรรมอาหารสัตว์และเทคโนโลยีชีวภาพ
  • การเคลื่อนย้ายตลาดโลกของอาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาแซลมอน ปลาสวาย และปลานิล
  • อนาคตของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล

สำหรับไทยยูเนี่ยน การเปลี่ยนแปลงในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์แช่เยือกแข็ง ผลิตภัณฑ์แช่เย็น และผลิตภัณฑ์อื่น ที่เกี่ยวข้อง

ไทยยูเนี่ยนปรับตัวตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่รูปแบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำผ่านการทำงานของหลายหน่วยงาน โดยผสมผสานการใช้มาตรการต่างๆ รวมทั้งการควบคุมและการดำเนินการภายใน

มาตรการที่ปรับใช้ ได้แก่

  • บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงใหม่ที่เกิดขึ้นและจะทำการวิเคราะห์ในปี 2564 เพื่อประเมินความเสี่ยงและผลกระทบทางการเงินให้แม่นยำยิ่งขึ้น และดำเนินการปิดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม เราติดตาม ตื่นตัว ต่อเหตุการณ์ที่เป็นความเสี่ยง และทบทวนมาตรการที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในอนาคต เพื่อลดความเสียหายทางการเงินให้น้อยที่สุด
  • บริษัทมีการกำกับดูแลและขั้นตอนต่างๆ ที่ทันต่อทิศทางของตลาด การทบทวนแผนกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การทบทวนการจัดการความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ และโครงการเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการสร้างประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นและจำกัดความเสี่ยง
  • บริษัทยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในบริษัทเทคโนโลยีอาหารเพื่อเปิดทางสู่นวัตกรรมในปี 2563 เราได้ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งอยู่ในประเทศเยอรมนีและในประเทศไทยที่ชื่อ "HydroNeo GmbH" ซึ่งเราเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยจำกัดความเสี่ยงในด้านนี้ให้กับบริษัท
องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG