วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากระดับคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารส่งเสริมและบังคับให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร การกำหนดนโยบาย กรอบงาน แนวปฏิบัติ และโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมของบริษัท

บริษัทสนับสนุนให้พนักงานได้รับทราบเรื่องการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมนับแต่วันแรกที่ร่วมงานกับบริษัท ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ การฝึกอบรมด้านการบริหารความเสี่ยง กิจกรรมต่อเนื่อง และการอัพเดทข่าวสารต่างๆ

นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบในการวางแผนทางธุรกิจ การตัดสินใจและการดำเนินงาน ตัวอย่างของ การพิจารณาที่สำคัญ รวมถึง:

  • การพิจารณาความเสี่ยงระดับกลยุทธ์ในช่วงกระบวนการพัฒนากลยุทธ์ และการบริหารความเสี่ยงในระหว่าง การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้
  • การบริหารความเสี่ยงในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ อาทิเช่น การเข้าซื้อและการควบรวมกิจการ การลงทุนทางธุรกิจ ประเภทใหม่ และรายจ่ายการลงทุนขนาดใหญ่ โดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะพิจารณาความเสี่ยง และแผนบริหารความเสี่ยงก่อนจะมีการอนุมัติในการลงทุนใดๆ
  • บริษัทมีนโยบายการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของกลุ่ม ครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านอัตรา แลกเปลี่ยน ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อ ลูกค้า ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และแนวทางปฏิบัติด้านการบริหารเงินทุนและธรรมาภิบาล ตัวชี้วัดที่ใช้ในการ พิจารณาและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือ สื่อสารและควบคุมที่สำคัญสำหรับทีมบริหารและการเงินทั่วโลก

กรอบงานการบริหารความเสี่ยง

กรอบงานและกระบวนการปฏิบัติงานบริหารความเสี่ยงของบริษัทกำหนดขึ้นโดยอ้างอิงมาตรฐานสากล COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) และ ISO 31000 (International Organization for Standardization) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติให้ฝ่ายบริหารและ พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติตามได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรอบงานการบริหารความเสี่ยงกำหนดให้มีการระบุปัจจัยเสี่ยง การประเมินระดับความเสี่ยง การจัดการ การติดตาม และการสื่อสารอย่างเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสของการเกิดความเสี่ยงซ้ำและจำกัดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อธุรกิจของบริษัท

บริษัทดำเนินการบริหารความเสี่ยงใน 2 ระดับ คือในระดับบนลงล่าง เป็นการประเมินความเสี่ยงจากคณะผู้บริหารระดับกลุ่มบริษัท โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการปีละ 1 ครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงระดับกลุ่มบริษัท ความเสี่ยงร่วมที่กระทบบริษัทย่อย และความเสี่ยงใหม่อื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบกับบริษัท (Global emerging risks) โดยความเสี่ยงที่สำคัญจะถูกบริหารจัดการความเสี่ยง โดยมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ในการบริหาร ติดตาม และรายงานต่อ ผู้บริหาร คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการบริษัททุกไตรมาส ในระดับล่างขึ้นบน เป็นการประเมินความเสี่ยงจากคณะผู้บริหารระดับบริษัทย่อย โดยความเสี่ยงที่สำคัญจะถูกบริหารจัดการความเสี่ยง โดยมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบของแต่ละบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม หากความเสี่ยงนั้นอยู่ในระดับสูงและอาจส่งผลกระทบในระดับกลุ่มบริษัท หรือความเสี่ยงที่ถูกบริหารจัดการโดยระดับกลุ่มบริษัทอยู่แล้ว ความรับผิดชอบในการจัดการจะถูกกำหนดโดยผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม ในการกำหนดแผนจัดการความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยงในวิถีดังกล่าว เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร พร้อมทั้งจัดให้มีช่องทางในการรายงานความเสี่ยงทางธุรกิจไปยังระดับกลุ่มบริษัท

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk appetite) เป็นปัจจัยสำคัญที่ไทยยูเนี่ยน ใช้พิจารณากำหนดกลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยบริษัทได้กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้จากผลกระทบทางด้านการเงินและชื่อเสียงของบริษัท ร่วมกับการพิจารณาระดับโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สูงมาก สูง ปานกลาง และต่ำ โดยความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงมากและระดับสูงถูกพิจารณาว่าเกินกว่าระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จึงต้องกำหนดให้มีมาตรการจัดการความเสี่ยงเพิ่มเติมโดยทันที

ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทุกปัจจัย จะต้องกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยง (Key risk indicators) เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะส่งสัญญาณล่วงหน้าของการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในด้านต่างๆ ของกิจการ พร้อมกำหนดระดับความเบี่ยงเบนจากเกณฑ์ ซึ่งดัชนีชี้วัดความเสี่ยงดังกล่าว สามารถเป็นได้ทั้งดัชนีชี้วัดที่สาเหตุ (Leading indicator) หรือดัชนีวัดผลที่เกิดขึ้นแล้วจากการปฏิบัติงาน (Lagging indicator) ตัวอย่างเช่น บริษัทใช้จำนวนของข่าวในเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติด้านแรงงานเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความเสี่ยงเรื่องอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี และใช้สัดส่วนของการรับสินค้าตรงต่อเวลาเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงการบริหารสินค้าคงคลัง

โครงสร้างองค์กร

บริษัทได้กำหนดโครงสร้าง รวมถึงบทบาทความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงว่าเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผล คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำกับดูแลด้านบริหารความเสี่ยง จัดประชุมเป็นประจำ รวมทั้งรายงานความเสี่ยงสำคัญของกลุ่มบริษัท การจัดการและการพัฒนาของคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

ฝ่ายบริหารความเสี่ยงกลุ่มบริษัท มีหน้าที่ประสานงานความเสี่ยงและพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงในระดับกลุ่มบริษัท รวมถึงสนับสนุนและให้แนวทางในการพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงในระดับบริษัทย่อย ผู้ประสานงานความเสี่ยงในระดับบริษัทย่อย มีหน้าที่ประสานงานความเสี่ยง ปฏิบัติตามนโยบายและกระบวนการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้ผู้บริหารและพนักงานทุกคน มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงในส่วนงานของตนเอง

นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการบริหารความเสี่ยงโดยการสอบทานอย่างอิสระ เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานบริหารความเสี่ยงเป็นไปตามนโยบายบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิผลทั่วทั้งบริษัท

อ่านเพิ่มเติมได้จาก รายงานการกำกับดูแลกิจการ หัวข้อบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง หน้า 99 ถึง 134