ปัจจัยความเสี่ยง

ความเสี่ยงทางกลยุทธ์

คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

อุตสาหกรรมปลาและอาหารทะเลเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงและพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ไทยยูเนี่ยนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการความเสี่ยงอุตสาหกรรมเหล่านี้

จากพฤติกรรมการบริโภคทั่วโลกที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลบรรจุกระป๋องแบบดั้งเดิมมีการเติบโตชะลอลง แม้ว่าอุตสาหกรรมปลาและอาหารทะเลจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็มีบางตลาดที่พัฒนาแล้วโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่การบริโภคอาหารทะเลแปรรูปเติบโตชะลอลง ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปสู่การใส่ใจสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบาย และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่จัดหามาด้วยวิธีการที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังต้องเผชิญกับการแข่งขันรุนแรงในผลิตภัณฑ์หลักอย่างทูน่า กุ้ง และแซลมอน ในขณะที่การส่งออกจากประเทศไทยได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า

ไทยยูเนี่ยนมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและภาวะตลาดที่ท้าทายอยู่เสมอ ไทยยูเนี่ยนมุ่งเน้นการลงทุนในด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและเป็นผู้นำในการแข่งขัน ความสำเร็จด้านนวัตกรรมของเราในปี 2562 มีดังนี้

  • ไทยยูเนี่ยนเปิดตัว SEALECT FITT ผลิตภัณฑ์ทูน่าในประเทศไทยในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดทูน่าในประเทศไทยได้ อย่างมีนัยยะสำคัญ (สูงสุดร้อยละ 51 ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562)
  • ไทยยูเนี่ยนได้รับรางวัล People Food Award 2019 ในฐานะ “The Best Supermarkets Product of the Year” จากความสำเร็จในการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทูน่าอินฟิวชั่นของแบรนด์ Chicken of the Sea ในสหรัฐอเมริกา
  • ไทยยูเนี่ยนได้ปรับโฉมผลิตภัณฑ์แช่เยือกแข็งแบรนด์ Qfresh ในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคได้กว้าง ขึ้นและทันสมัยขึ้น

เราจะยังคงลงทุนในด้านนวัตกรรมเพื่อนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจเสนอผู้บริโภคทั่วโลก และพร้อมเข้าสู่ตลาดหรือธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจส่วนประกอบอาหาร (Ingredients) และอาหารสัตว์

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง
อุปสรรคทางการค้าด้านภาษี

จากความตึงเครียดทางการค้าและและความไม่สงบทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ

  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่ปรับขึ้นอัตราภาษีนําเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร ทะเล ร้อยละ 25
  • การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราช อาณาจักร อาจจะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ภาษีนําเข้าและส่งออก ระหว่างสหราช อาณาจักรกับประเทศอื่นๆ
  • การตรวจสอบความไม่สมดุลทางการค้า ระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย อาจนําไปสู่การเปลี่ยนแปลง สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ระหว่างประเทศ (GSP) สำหรับสินค้าส่งออก
อุปสรรคทางการค้าด้านภาษี

บริษัทประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัทในกลุ่มที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และไทย โดยกำหนดการบริหารจัดการความเสี่ยงไว้หลายแนวทางให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา บริษัทยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทบทวนแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงอยู่เสมอ ในปี 2562 สหรัฐอเมริกาประกาศยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสินค้าไทยกว่า 500 รายการที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์ของไทยยูเนี่ยนไม่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกนี้

การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรมีผลในวันที่ 31 มกราคม 2563 แต่จะยังไม่ส่งผลชัดเจนจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จึงเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าผลการตกลงการค้าเสรีระหว่างยุโรปกับสหราชอาณาจักรจะเป็นเช่นไร

แม้ว่าสงครามการค้าและความตึงเครียดทางการเมืองในหลายภูมิภาคจะยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจของเรา แต่ไทยยูเนี่ยนมีเครือข่ายการผลิตและวัตถุดิบ ทั่วโลก รวมทั้งแผนการหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกสำรองไว้ในยามจำเป็น การเตรียมพร้อมนี้จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงหากเกิดปัญหาความไม่สงบทางการเมืองขึ้น

อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี

ความเสี่ยงส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมซึ่งอาจส่งผลต่อเงื่อนไขทางการค้าหรือความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน

อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ในด้านหลักๆ ได้แก่

  • สหภาพยุโรป – ผลการประเมินของสหภาพ ยุโรป ภายใต้กฎระเบียบที่ว่าด้วยการประมงที่ ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การ ควบคุม (IUU) ที่ให้ใบเหลือง แก่ประเทศเวียดนาม และไต้หวัน
  • สหรัฐอเมริกา – การจัดระดับสถานการณ์ การค้ามนุษย์ และการประเมินของกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการค้ามนุษย์และการ บังคับใช้แรงงาน ตลอดจนการบังคับใช้ กฎหมาย Trade Facilitation and Enforcement Act และการตรวจสอบ การนําเข้าอาหารทะเลของสหรัฐฯ และ กฎหมายอื่นๆ ที่เป็นอุปสรรคในการนําเข้า สินค้า
อุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี

ในปี 2562 บริษัทยังดําเนินกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั่วโลกที่มีชื่อว่า SeaChange® อย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์นี้ ครอบคลุมทุกๆ แง่มุมในการทําธุรกิจอาหารทะเล เริ่มตั้งแต่ เรื่องที่เราดูแลท้องทะเลอย่างไร จนถึงเราบริหารจัดการของเสียอย่างไร เรื่องการดูแลพนักงานของเราให้มีอนาคตที่ดียิ่งขึ้น จนถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนแวดล้อมโรงงานของเรา ทั้งยังครอบคลุมถึงความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับอาหารทะเลตั้งแต่การจับจนถึงผู้บริโภค ด้วยการตรวจสอบย้อนกลับนี้ทําให้เราสามารถระบุ สืบสวน และปรับปรุง เรื่องที่สําคัญต่างๆ ได้ เช่น แรงงานและการจัดหาวัตถุดิบ

ความสำเร็จในระดับสากลในปี 2562 มีดังนี้

  • ไทยยูเนี่ยนทำงานร่วมกับภาครัฐทั่วโลกอย่างต่อเนื่องใน การผลักดันความยั่งยืนในอุตสาหกรรม ซึ่งรวมไปถึงการ ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย คณะกรรมาธิการยุโรป และ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในประเด็นต่างๆ เช่น การขจัดการ ประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม การจัดการกับปัญหาทาสยุคใหม่ และการหารือปริมาณ การจับปลา และการช่วยให้การประมงยกระดับสู่ มาตรฐานความยั่งยืน
  • ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ให้เป็นที่หนึ่งของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เป็นปีที่สองติดต่อกัน
  • ได้รับการจัดอันดับโดยดัชนี SEAFOOD STEWARDSHIP INDEX (SSI) เป็นอันดับที่ 1 จาก 30 บริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย ประเมินจากประเมินจากการทำงานที่ตอบโจทย์ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ
  • บรรลุวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบเรือประมงคู่ค้าด้าน สังคมรอบแรก เทียบกับแนวปฏิบัติด้านแรงงานบน เรือประมงและการปฏิบัติการโครงการพัฒนาเรือประมง ของบริษัทในรอบแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
  • มีความคืบหน้าอย่างมากในพันธกิจการจัดการปลาทูน่า แบบยั่งยืนเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์แบรนด์ของบริษัท โดยจะ มาจากการประมงที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ สำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานสินค้าประมง (MSC) หรือมาจากโครงการพัฒนาการประมง (FIPs) ซึ่งจะพัฒนาสู่การรับรอง MSC ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมาย ทำให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 75 ภายในสิ้นปี 2563
  • การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของไทยยูเนี่ยนกับรัฐบาล ต่างๆ ในการสนับสนุนการต่อต้านการประมงที่ผิด กฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม เช่น ประเทศกานา เซเชลส์ ไทย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ไทยยูเนี่ยนได้ที่หน้า 86 และเรื่องรางวัลและความสำเร็จที่หน้า 48

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

สภาพภูมิอากาศทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารวมทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ในปี 2562 มหาสมุทรของโลกทำสถิติเป็นปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด ซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงและทันทีต่อท้องทะเล สัตว์ทะเล และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซึ่งเป็นปัจจัยพึ่งพิงของเรา

ทั้งภัยธรรมชาติและสภาพอากาศที่เลวร้ายล้วนสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงน้ำท่วม ภัยแล้ง และสึนามิ ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ และทรัพยากรมนุษย์ของเรา

ไทยยูเนี่ยนดำเนินงานด้วยความยึดมั่นในการให้ความเคารพและความรับผิดชอบ โดยแสดงถึงความห่วงใยที่มีต่อพนักงานผ่านการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบ เรามีโครงการริเริ่มหลายโครงการที่ช่วยลดการใช้น้ำ ลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและต้องการให้พนักงานของเราทุกคนมีส่วนร่วม ในการผลักดันให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย เรามองว่าการดูแลความปลอดภัยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกคน

นอกจากนี้ เราพัฒนายกระดับนโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยได้เสริมมาตรการเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรฐานความปลอดภัย ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ

ในเรื่องก๊าซเรือนกระจก บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซลดลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2563 (ใช้ข้อมูลปี 2559 เป็นฐาน) และมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมจากก๊าซเรือนกระจก

เราได้ริเริ่มโครงการมากมายที่สนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว เช่น โครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์จากหลังคาโรงงานซึ่งเป็นการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ทั้งในและหลังคาของโรงงาน การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต การทำปุ๋ยจากกากน้ำเสียจากโรงงาน และการรีไซเคิลพลาสติกปนเปื้อนแทนการฝังกลบ

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG

ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน

คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นในโรงงานผลิตได้ในหลากหลายรูปแบบ นับตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบอาหารทะเลไปจนถึงกระบวนการแปรรูปและการผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป ความเสี่ยงอาจเกี่ยวข้องกับด้านต่างๆ เช่น อาชีวอนามัย และความปลอดภัยของพนักงาน ภัยพิบัติต่อโรงงาน คุณภาพอาหาร การควบคุมต้นทุน การจัดการสินค้าคงเหลือ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่ง ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเป้าหมายของบริษัทในเรื่องการผลิตและยอดขาย

บริษัทมุ่งเน้นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน และภัยพิบัติต่อโรงงาน
  • ต้นทุนการผลิต
  • คุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความ ต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของผู้บริโภคทั้งในด้าน คุณภาพและด้านโภชนาการ

ไทยยูเนี่ยน ให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศในการดำเนินงานและตระหนักดีถึงความสำคัญของการมีวินัยในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2562 เราได้ทำการประเมินความเสี่ยงในแต่ละโรงงานผลิตเนื่องจากรูปแบบความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากมนุษย์หรือภัยธรรมชาติ เราได้บริหารจัดการและกำหนดแผนบริหารความเสี่ยงหลายประการ เช่น ยกระดับข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเสี่ยงเหตุเพลิงไหม้และแอมโมเนีย รั่วไหล

นอกจากนี้ การลงทุนโครงการใหม่และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อาทิ แบบโรงงาน การก่อสร้าง อุปกรณ์ เครื่องจักร และอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SHE) จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากฝ่าย SHE ก่อนขออนุมัติการลงทุน

ด้านต้นทุนการผลิต เรามีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของทั้งกลุ่มบริษัท เช่น การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (TPM) การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้แรงงานอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสัดส่วนของการผลิต “ที่ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก” และการลงทุนระบบอัตโนมัติ

ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เรามีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เป็นข้อกำหนดพื้นฐานเดียวกันทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยอาหาร คุณภาพสินค้าเป็นไปตามมาตรฐาน และสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้ ระบบการจัดการคุณภาพภายในได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานรับรองอิสระ เพื่อยืนยันการปฏิบัติตามมาตรฐานขององค์กร มาตรฐานแนวปฏิบัติของ ISO กฎหมาย และข้อบังคับตามแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแล

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
วัตถุดิบ
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

ราคาวัตถุดิบที่สำคัญของบริษัท เช่น ปลาทูน่าและกุ้ง เปรียบเสมือนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดหนึ่ง ที่ไม่มีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงโดยตรง และมีการเปลี่ยนแปลงราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว

ทูน่า

ในปี 2562 บริษัทต้องเผชิญกับราคาที่ผันผวนและความท้าทายเรื่องการจัดหาวัตถุดิบปลาทูน่าหลายสายพันธุ์ ส่วนราคาวัตถุดิบปลาทูน่าพันธุ์ครีบเหลือง (yellowfin) และพันธุ์ครีบยาว (albacore) ทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธุ์ครีบยาว ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในตลาด ในทางตรงกันข้ามทูน่าพันธุ์ท้องแถบ (skipjack) อยู่ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยและทำสถิติต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ในไตรมาสที่แล้ว ในยามที่ราคาทูน่าอยู่ในระดับสูง นับเป็นเรื่องยากที่การขายผลิตภัณฑ์แบรนด์ของเราจะผลักภาระเรื่องปริมาณและราคาไปที่ผู้บริโภค แต่ยามที่ราคาทูน่าอยู่ในระดับต่ำ ก็สร้างแรงกดดันต่อยอดขายการรับจ้างผลิตในประเทศไทยเนื่องจากโครงสร้างธุรกิจของเราผันแปรไปตาม “ราคาตลาดทูน่า” มากกว่าต้นทุนสินค้าคงคลังซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่า

นอกจากความเสี่ยงด้านราคา บริษัทยังต้องเผชิญกับอุปทานปลาทูน่าที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปลาทูน่าพันธุ์ครีบเหลือง (yellowfin) ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากระบบการจัดสรรโควต้าการจับปลา (QAS) และอุณหภูมิของน้ำทะเลที่ผิดปกติ

กลยุทธ์การจัดหาวัตถุดิบอาหารทะเลของบริษัทเน้นที่การสร้างความสมดุลระหว่างจำนวนวัตถุดิบและความผันผวนของราคา ทั้งยังสามารถยกระดับการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่องจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้

ทูน่า

บริษัทมีหน่วยงานจัดซื้อปลาระดับกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบไปด้วยทีมที่มีความชำนาญเป็นอย่างสูง ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาเชิงกลยุทธ์และการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ดี จากการรวมศูนย์หน้าที่จัดซื้อ บริษัทสามารถรวบรวมปริมาณความต้องการให้เป็นระดับกลุ่มบริษัท และมีความสามารถในการจัดซื้อที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

ทีมจัดซื้อของแต่ละบริษัทในกลุ่มติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการความท้าทายต่างๆ ทั้งด้านราคาวัตถุดิบและอุปทานที่บริษัทต้องเผชิญ ทำให้เกิดการสื่อสารและการให้ข้อมูลที่โปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทานของโรงงานผลิตทุกโรงงานในกลุ่มไทยยูเนี่ยน

กุ้ง

ในปี 2562 โดยทั่วไป ราคาวัตถุดิบกุ้งไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าปี 2561 เนื่องจากประเทศไทยกำลังสูญเสียสถานะผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ของโลกเนื่องจากการผลิตกุ้งจากประเทศผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่อื่นๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (เช่น เอกวาดอร์ จีน อินเดีย เวียดนาม และอื่นๆ)

นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่แข็งค่าเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ เมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่อื่นๆ ได้กลายเป็นปัจจัยความเสี่ยงใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบของไทยในปี 2562 และเมื่อราคาวัตถุดิบในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐสูง ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลและเผชิญแรงกดดันด้านราคาเพื่อให้สามารถแข่งขันได้และยังทำกำไรได้ ด้วยเหตุนี้ ยอดซื้อกุ้งภายในประเทศจากผู้ส่งออกเหล่านี้จึงหดตัวลง ส่งผลให้ราคาหน้าฟาร์มอยู่ในระดับต่ำ

สำหรับบริษัทจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา (บริษัท ไทร-ยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์) ซึ่งนำเข้าวัตถุดิบกุ้งและอาหารทะเลแช่แข็งมาจากแหล่งที่หลากหลายทั่วโลก ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ เนื่องจากภาวะไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในประเทศผู้ผลิตรายหลัก รวมถึงต้นทุนสินค้าคงคลังของบริษัท เนื่องจากลักษณะการทำธุรกิจที่เน้นเรื่องการซื้อมาขายไป

กุ้ง

เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขัน ความกดดันด้านต้นทุน และความสามารถในการทำกำไร บริษัทได้ลงทุนในกระบวนการและเครื่องมือในการผลิต เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานและความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้า โดยที่สินค้าจะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมใหม่ๆ และริเริ่มโครงการเพื่อความยั่งยืนในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ บริษัทมีการจัดหาวัตถุดิบกุ้งในเชิงกลยุทธ์ที่พิจารณาช่วงเวลาซื้อและปริมาณซื้อ โดยวิเคราะห์จากองค์ความรู้ภายในองค์กร และความเข้าใจในเรื่องความสมดุลของอุปสงค์และอุปทานภายในประเทศไทย ซึ่งช่วยทำให้ราคาของเราแข่งขันได้

บริษัทยังได้ดำเนินโครงการผลิตแบบระบบอัตโนมัติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการ พึ่งพิงแรงงาน ปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต และรักษามาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และลดต้นทุนการผลิตเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบเมื่อเงินบาทแข็งค่า

บริษัทเพิ่มการส่งออกสินค้าไปหลากหลายประเทศ เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน และนอกจากตลาดประเทศไทย เพื่อลดการพึ่งพาตลาดปัจจุบันบางกลุ่ม นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นพันธมิตรกับลูกค้ารายใหญ่ ผ่านสัญญาจัดหาพิเศษระยะยาว เพื่อให้มั่นใจความมั่นคงของการกำหนดราคาและปริมาณ

ปลาแซลมอน

ในปี 2562 ราคาปลาแซลมอนยังคงแข็งแกร่ง แต่ต่ำกว่าปี 2561 เล็กน้อย เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม อุปสงค์เพิ่มขึ้นแต่อุปทานจำกัด ส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นราคาปลาแซลมอนโดยรวมมีความผันผวนตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามเราสามารถขายได้ภายในกรอบราคาที่ได้ทำสัญญาไว้กับลูกค้าสำหรับปี 2562

ในด้านอุปทาน ไม่มีปัญหาวัตถุดิบขาดตลาด เว้นแต่ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลและช่วงท้ายปีซึ่งมีสาเหตุมาจากพายุหลายครั้งในประเทศสก็อตแลนด์

ปลาแซลมอน

เราได้ดำเนินกลยุทธ์ที่เข้มแข็งซึ่งช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้นตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและรักษาความยืดหยุ่นเมื่อราคาอยู่ใน ระดับต่ำ

นอกจากนี้ ยังใช้เครื่องมือในการติดตามปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ อุปทานและราคาเพื่อปรับกลยุทธ์ของเราหากจำเป็น

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG
คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

ในฐานะที่เป็นบริษัทที่มุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันและดำเนินงานอย่างยั่งยืน เราได้ลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในด้านนี้ และหวังพึ่งระบบและเทคโนโลยีสารสนเทศในการช่วยดูแล

การหยุดชะงักของโครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญอาจนำไปสู่การหยุดชะงักทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นได้

ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นการบ่อนทำลายและสามารถเข้ามาในหลายรูปแบบ (มัลแวร์ ไวรัส ความเปราะบางในการเข้าถึงฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต) การคุกคามนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจของเราด้วยการทำลายหรือใช้ข้อมูลของบริษัทไปในทางที่ผิด

บริษัทได้ทบทวนระบบรักษาความปลอดภัยองค์รวมในทุกระดับ ตั้งแต่การกำกับดูแล โครงสร้าง นโยบาย เทคโนโลยี ไปจนกระทั่งถึงบุคลากรและกระบวนการต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศที่รับผิดชอบในการดูแลนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา ได้วางมาตรการต่างๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเข้มงวดกับทุกหน่วยธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อปกป้องทรัพย์สินของบริษัทและข้อมูลส่วนบุคคล

มาตรการที่นำมาปรับใช้ ได้แก่

  • การเพิ่มการรักษาความปลอดภัย เช่น การบังคับใช้ระบบ รักษาความปลอดภัยด้วยการใส่รหัส การใช้ระบบการ ยืนยันตัวตนสองขั้นตอน โดยได้ติดตั้งระบบรักษาความ ปลอดภัยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (firewall) ที่มี ความสามารถในการป้องกันสูง มีตัวกรองฟิชชิ่ง (phishing filter) โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ทันสมัย ระบบ การป้องกันปลายทาง (endpoint protection)
  • สร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ให้กับผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง การเดินสายให้ข้อมูล และ การสื่อสารจากผู้บริหารที่แสดงถึงความสำคัญของการ รักษาความปลอดภัยในบริษัท

บริษัทได้ให้ผู้นำตลาดด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกมาทำการประเมินความเสี่ยงอย่างครอบคลุม และประเมินโครงสร้างการดูแลที่บริษัทมีอยู่เมื่อเทียบกับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสากล โดยบริษัทนี้ได้ให้คำแนะนำเรื่องแนวทางความปลอดภัยที่ถูกต้องเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้เพื่อยกระดับการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG

ความเสี่ยงทางการเงิน

คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

จากการที่บริษัทดำเนินกิจการหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านการเงินจาก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย ลูกหนี้การค้า การลงทุนและเงินกู้ต่างๆ

ทั้งนี้ ความเสี่ยงหลักของบริษัท ได้แก่

  1. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากธุรกรรม การซื้อขายสินค้า การลงทุนและการกู้ยืมเงิน การลงทุนในบริษัทย่อยในต่างประเทศ รวมถึง การซื้อวัตถุดิบปลาทูน่า ซึ่งเป็นสกุลเงิน ต่างประเทศ
  2. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยจากการกู้ยืม
  3. ความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อ

ในปี 2562 มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ ทั้งจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกปรับลดอัตราดอกเบี้ย การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit)และความไม่สงบทางการเมือง เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

สถานการณ์ Brexit นำไปสู่ความผันผวนของค่าเงินปอนด์กับค่าเงินยูโรและดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าและการกำหนดราคาสินค้าของจอห์น เวสต์ รวมทั้งผลจากการแปลงค่าเงิน

นโยบายการเงินและการคลัง รวมถึงนโยบายการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ อันนำไปสู่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ที่บริษัทมีธุรกิจอยู่ เช่น สกุลเงินยูโร สกุลเงินเยน สกุลเงินปอนด์ และสกุลเงินบาท

การบริหารความเสี่ยงระดับกลุ่มของบริษัทให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังความไม่แน่นอนของตลาดการเงิน และการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผลประกอบการของบริษัท โดยใช้เครื่องมือประเภทอนุพันธ์ทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงบางประการ ทั้งนี้เพื่อทำให้ผลการดำเนินงานในอนาคตมีเสถียรภาพ

การบริหารความเสี่ยงทางการเงินอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารของบริษัท โดยนโยบายของกลุ่มบริษัทประกอบด้วย เรื่องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อคู่ค้า ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ซึ่งกลุ่มบริษัทได้กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงดังต่อไปนี้

  1. ในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทมี นโยบายและกลยุทธ์ดังนี้:
    • บริษัทบริหารอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการค้า โดย การจัดสรรให้รายได้และค่าใช้จ่ายเป็นสกุลเงินเดียวกัน และการบริหารความเสี่ยง โดยใช้เครื่องมือประเภทอนุพันธ์ทางการเงินตามความ เหมาะสม บริษัทได้กำหนดนโยบายและอัตราส่วนของ การป้องกันความเสี่ยงของแต่ละธุรกิจ เพื่อทำให้แต่ละ ธุรกิจสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิผล
    • บริษัทบริหารอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากธุรกรรม การ กู้ยืมเงิน การปล่อยกู้ หรือฝากเงินในสกุลเงิน ต่างประเทศ โดยทำการป้องกันความเสี่ยง จากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
    • สำหรับการลงทุนต่างประเทศในรูปของเงินทุนที่ี ผลตอบแทนอาจมาในรูปของการจ่ายปันผลหรือการ ลดทุน อาจไม่สามารถประเมินความ ไม่แน่นอนและระยะเวลาได้อย่างแม่นยำ และ ผลตอบแทนอาจไม่คงที่ โดยส่วนมากการระดมทุนเพื่อ การเข้าถือหุ้นมักเป็นการระดมทุนตรงจากบริษัทแม่ ดังนั้น การตัดสินใจป้องกันความเสี่ยงอัตรา แลกเปลี่ยนในการลงทุนเพื่อเข้าถือหุ้นของกิจการจะมา จากคณะกรรมการบริหารของบริษัท
  2. ในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย บริษัทใช้ เครื่องมืออนุพันธ์ทางการเงิน เช่น สัญญาแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย เพื่อให้บรรลุอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ ตั้งเป้าหมายไว้ทั้งแบบลอยตัวและคงที่
  3. ในการบริหารความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อ บริษัทมี นโยบายและมีการควบคุมให้ความเสี่ยงนี้อยู่ในระดับ ต่ำที่สุด โดยการทำประกันภัยสินเชื่อทางการค้าสำหรับลูกค้าส่วนใหญ่

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการเงินได้แสดงไว้ในหมายเหตุ 3ในรายงานทางการเงิน หน้า 206

การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG

ความเสี่ยงทางกฏหมายและการปฏิบัติตาม

คำอธิบายและผลกระทบ การบริหารจัดการความเสี่ยง

ธุรกิจของเราต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายและกฎระเบียบในหลายประเทศที่มีการดำเนินงานอยู่ รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา ความรับผิดชอบต่อสินค้า การตลาด การป้องกันการผูกขาดทางการค้า การแข่งขันทางการค้า สิ่งแวดล้อม การจ้างงาน การต่อต้านการติดสินบนหรือต่อต้านการทุจริต การรักษาข้อมูลและความเป็นส่วนตัว และอื่นๆ อีกมากมาย

การละเมิดกฎหมาย หรือการไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือกฎระเบียบ รวมถึงการตีความที่เกี่ยวข้อง อาจจะนำไปสู่การถูกปรับ ถูกลงโทษ หรือส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและชื่อเสียงของบริษัท

บริษัทมีแผนกกฎหมายและการปฏิบัติตามกฎหมายที่ดูแลทั้งกลุ่มบริษัท ทำหน้าที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้งแจ้งให้หน่วยงานที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายทราบถึงการดำเนินงานของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทเข้าใจและดำเนินการอย่างเหมาะสม บริษัทจึงได้จัดทำนโยบาย แนวปฏิบัติที่จำเป็นและจัดอบรมให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้องทราบและปฏิบัติตาม

ในปี 2562 บริษัทจัดอบรมอย่างสม่ำเสมอ และกระตุ้นความตระหนักรู้ของพนักงานเรื่องกฎหมายการป้องกันการผูกขาดทางการค้า และกฎหมายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น คดีที่กระทรวงยุติธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกาเรียกสอบสวนกรณีฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าของบริษัท ไทร-ยูเนี่ยน ซีฟู้ดส์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทไทยยูเนี่ยน ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยไทร-ยูเนี่ยนได้รับการผ่อนผันแบบมีเงื่อนไข กล่าวคือ หากให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ตามที่ร้องขอ บริษัทและพนักงานที่อยู่ในกรอบที่ถูกสอบสวน จะไม่ถูกดำเนินคดี

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงและแผนจัดการความเสี่ยงในคดีอื่นๆ ได้แสดงในหมายเหตุ 43 ในรายงานทางการเงิน หน้า 302

องค์ประกอบกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนที่แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงมุ่งจะทำให้สำเร็จ
การบริหารจัดการความเสี่ยงช่วยสนับสนุนการพัฒนา ESG